หางเครื่อง

external image 150px-%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%81_%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3.jpgexternal image magnify-clip.pngเพลงลูกทุ่งที่มีการประกวดประชันการเต้นและเครื่องแต่งกายของหางเครื่องประกอบ
ที่มาของคำว่าหางเครื่อง คาดว่ามาจากสำนวนคำว่า “เขย่าหางเครื่อง” ในขณะที่นักร้องออกมาร้องเพลงบนเวที คนที่ให้เสียงจังหวะเรียกว่า หางเครื่อง คือจะมีคนออกมาตีฉิ่ง ฉาบ กรับ ไม้ต๊อก และเคาะลูกแซ๊กอยู่ข้างหลังนักร้องเพื่อให้จังหวะเพลงให้เด่นชัดขึ้นและสนุกสนานมากขึ้น แต่ความหมายดังกล่าวได้เปลี่ยนไปมีความหมายว่า คนเต้นประกอบเพลงในปัจจุบัน
ตำบลบางเสร่ ในอดีตนั้นเป็นที่กล่าวขานถึงความโด่งดังของ " หมู่บ้านหางเครื่อง " ซึ่งเป็นหางเครื่องพื้นบ้าน ซึ่งนักเต้นหรือหางเครื่องภายในวงส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานของชาวบ้านตำบลบางเสร่ จุดเด่นของหางเครื่องบางเสร่อยู่ที่ท่วงท่าการเต้นที่สวย งามและพร้อมเพรียงเป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญไม่ออกในแนวทางการเต้นที่ส่อในทางลามกอนาจาร แต่ในปัจจุบันวิถีชีวิตเปลี่ยนไปและเริ่มมีการรับเอาวัฒนธรรมของต่างชาติในงานแสดงต่างๆหันไปใช้นักเต้นที่นิยมนุ่งน้อยห่มน้อย และท่าเต้นที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร ทำให้หางเครื่องบางเสร่ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เดิมๆไว้แทบจะหมดสิ้นไป หลายวงต้องเลิกหรือยุบคณะบางวงที่อยู่ได้ก็ต้องออกไปนอกพื้นที่ๆไกลมากขึ้นเราจึงควรอนุรักษ์วัฒนธรรม " หมู่บ้านหางเครื่องบางเสร่ " ต่อไปมิให้เหลือแต่เพียงชื่อหรือตำนานหรือเพียงคำๆหนึ่ง ในคำขวัญของตำบลบางเสร่เท่านั้น หากท่านใดที่สนใจใช้บริการของวงหางเครื่องเช่นในงานมงคล งานบวช และงานแสดง เช่นงานประกอบมิวสิควีดีโอใดๆ ก็สามารถติดต่อใช้บริการได้ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยได้เช่นกัน...
ในช่วงแรก ผู้เขย่าหางเครื่องก็มีทั้งหญิงและชาย ไม่ได้เป็นกลุ่มคณะ บางครั้งก็เป็นตัวตลกประจำวง บางครั้งก็เป็นนักร้องประจำวง ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ต่อมาได้มีการพัฒนาขึ้นโดยมีผู้หญิงสวย ๆ ออกมาเขย่าหางเครื่อง แต่ก็ยังไม่ออกลีลาการเต้น เพียงเดินให้เข้ากับจังหวะเพลงเท่านั้น เพลงส่วนใหญ่ที่ใช้หางเครื่องจะมีจังหวะบีกิน ช่าช่าช่า โบเล หลังจากนั้นได้ใส่ลีลาการเต้นและการแต่งกายมากขึ้น โดยพัฒนามาจากการเต้นระบำฝรั่งเศสของฟอลลี่ แบร์แช (Folies Bergeres) และการเต้นโมเดิร์นด๊านซ์ (Modern Dance)[19] จนในปี พ.ศ. 2509 หางเครื่องแต่งตัวเหมือนกันเป็นทีม อย่างเช่นวงของสุรพล สมบัติเจริญ สมานมิตร เกิดกำแพง และหลังจากที่สุรพล เสียชีวิตลง ศรีนวล สมบัติเจริญ ภรรยาสุรพลได้จัดหากเครื่องใช้ผู้เต้นประมาณ 10 คน ลีลาการเต้นก็เป็นแบบระบำฮาวายของตะวันตก จนปี 2510 หางเครื่องเริ่มเปลี่ยนแปลงชัดเจนกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ของวงดนตรีลูกทุ่ง[20]
นับตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2517 ในช่วงนี้คำนี้ “หางเครื่อง” แปรเปลี่ยนมาเป็นบุคคลที่เต้นประกอบเพลงและจำนวนผู้เต้นก็มีมากขึ้น[18] และเมื่อเข้าสู่ปีทองอีกช่วงในปี 2520 มีการแข่งขันด้านหางเครื่องจึงเพิ่มขึ้น วงดนตรีใหญ่ ๆ มีหางเครื่องในสังกัดตัวเองประมาณ 60 คน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในเรื่องเครื่องแต่งกายหางเครื่องสูงถึง 1 ล้านบาท[20]
ลักษณะการแต่งกายของหางเครื่องมักแต่งกายด้วยผ้าสีสด เช่น สีแดงสด ฟ้า เขียว ชมพูสด เหลืองจำปา สีทอง สีดำ เนื้อผ้ามักเป็นผ้าเนื้อนุ่มพลิ้ว ปักเลื่อม ประดับสายสร้อย กำไล ตุ้มหู และดอกไม้ ส่วนผู้ชายมักสวมรองเท้าบู๊ต
หางเครื่องที่เป็นการนำมาจากวัฒนธรรมตะวันตกซึ่งไม่น่าจะเข้ากันได้กับการแสดงเพลงลูกทุ่ง แต่ในแง่ธุรกิจผู้ที่อยู่ในวงการเพลงลูกทุ่งต่างยอมรับว่าหางเครื่องเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ผู้ชมชื่นชอบกับการชมหางเครื่องประกอบการแสดงเพลงลูกทุ่ง หางเครื่องในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เพลงลูกทุ่งต่างจากลูกกรุง ผู้ชมก็ตื่นตาตื่นใจกับเสื้อผ้าและลีลาการเต้นของหางเครื่อง[1



421477_359476527398220_100000076282012_1465248_1815392019_a.jpg
the-than5.gif